จิตใจก็เหมือนร่างกาย ที่ต้องการการชำระล้างให้สะอาดหมดจดเหมื่อนกับการดีการดีท็อกลำใส้ที่ช่วยในการขับถ่าย การล้างพิษให้จิตใจจะช่วยให้จิตวิญ...
จิตใจก็เหมือนร่างกาย ที่ต้องการการชำระล้างให้สะอาดหมดจดเหมื่อนกับการดีการดีท็อกลำใส้ที่ช่วยในการขับถ่าย การล้างพิษให้จิตใจจะช่วยให้จิตวิญญาณเติบโต และมีพัฒนาการ เพื่อความปลอดโปร่งโล่งสบาย และสามารถรับสิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การล้างพิษให้จิตใจมีหลายวิธี โดยแต่ละวิธีจะช่วยให้เราเป็นอิสระจากความโกรธ ความหงุดหงิด และรู้สึกสงบใจมากขึ้น
- เมื่อใดที่รู้สึกไม่พอใจ หรือโกรธเคือง ให้ลองระบายความโกรธด้วยการเขียนลงในสมุดบันทึกส่วนตัว เมื่อเขียนไปได้สักระยะหนึ่ง ความโกรธจะบรรเทาลง จิตใจจึงปลอดโปร่งขึ้น
- ถ้ารู้สึกว่าความโกรธ ความเครียดยังไม่ลดลง ให้นั่งในท่าสบาย หลังตรง วางมือข้างหนึ่งบนหน้าท้อง ส่วนอีกข้างหนึ่งวางไว้บนหน้าอก เริ่มหายใจเข้าช้า ๆ ลึก ๆ ให้มือที่วางอยู่บนหน้าท้องยกขึ้น กลั้นลมหายใจไว้สักครู่แล้วค่อย ๆ ปล่อยออกอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ จนรู้สึกว่าท้องแฟบลง จากนั้นให้หายใจเข้าอีกครั้ง กลั้นหายใจไว้ 2-3 นาทีก่อนจะปล่อยลมหายใจออกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปฏิบัติให้ได้วันละ 5 นาที จิตใจจะสบายและโล่งขึ้น
- การออกกำลังกายถือเป็นการล้างพิษให้จิตใจอีกวิธีหนึ่ง โดยเฉพาะการออกกำลังแบบเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเล่น วิ่งเหยาะ ๆ ไท้เก๊ก โยคะ การออกกำลังในลักษณะนี้จะช่วยคงความสมดุลของกาย ใจ และจิตวิญญาณได้เป็นอย่างดี เพราะความเครียดจะลดลง พลังชีวิตภายในจะไหลเวียนทั่วร่างกาย สร้างความสดชื่นตื่นตัวได้ยาวนาน
- การนั่งสมาธิ เป็นการส่งเสริมให้เกิดความสงบสุขลึกลงไปภายในจิตใจ ช่วยลดความเครียด และกระตุ้นร่างกายให้เกิดกระบวนการเยียวยาโรคภัยไข้เจ็บที่กำลังจะก่อตัวขึ้น การนั่งสมาธิในขั้นพื้นฐานเริ่มจากการนั่งตัวตรงในท่าที่สบาย หลับตา เพ่งความสนใจไปยังลมหายใจเข้าออกตลอดเวลา หากมีความคิดใดแวบเข้ามา ให้เพียงแค่รับรู้ อย่าหลงจินตนาการหรือคิดต่อ แต่ให้ปล่อยมันไป แล้วกลับมาจดจ่ออยู่กับลมหายใจเหมือนเดิม นั่งไปเรื่อย ๆ ตราบเท่าที่ยังรู้สึกว่าสบาย อาจจะเริ่มแค่วันละ 2-3 นาที แล้วเพิ่มเป็นวันละ 20-30 นาทีก็ได้ เมื่อลืมตาแล้ว จงรักษาความรู้สึกสงบภายในจิตใจเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งรีบรับความวุ่นวายจากภายนอกเข้ามา ลองปฏิบัติแบบนี้บ่อย ๆ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น เพราะเกิดความสมดุลภายในนั่นเอง
- การใช้กลิ่นบำบัด กลิ่นหอมจากธรรมชาติจะช่วยบำบัดและล้างพิษความเศร้าหมองหดหู่ออกจากจิตใจได้ ลองเลือกกลิ่นที่เหมาะสมกับอารมณ์ของตัวเองในขณะนั้น เช่น ถ้ารู้สึกขาดแรงจูงใจ ไม่สนใจตัวเองและสิ่งรอบข้าง ควรใช้กลิ่นกุหลาบป่า หากต้องการปลุกใจจากความเหนื่อยล้ากระวนกระวาย ให้เกิดความรู้สึกสดชื่น ควรใช้กลิ่นในตระกูลส้มหรือมะนาว ส่วนกลิ่นเบอร์กามอต จะทำให้ประสาทผ่อนคลาย จิตใจสบาย รักษาสมดุลพลัง ขจัดความโศกเศร้า กังวล หดหู่
ที่มา: หนังสือ “Health & Wellness สุขภาพดีมีสุข” ผลิตโดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)
COMMENTS